0-5471-6399 , 0-5471-6400 nan@moi.go.th

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรื่องรองพระธาตุแช่แห้ง ::: วิสัยทัศน์จังหวัด “เมืองแห่งความสุข เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ธรรมชาติสมบูรณ์ การเกษตรมั่งคั่ง ชุมชนเข้มแข็ง ท่องเที่ยวยั่งยืน”
ข่าวประชาสัมพันธ์

31 ม.ค. 2021 ::

มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด–19

มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด–19
เกี่ยวกับการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน (ฉบับที่ ๕)
๑.ให้ผู้เดินทางเข้าจังหวัดน่านทุกคนดำเนินการ ดังนี้
๑.๑กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มประเมินความเสี่ยงผู้เดินทางเข้า - ออก พื้นที่จังหวัดน่าน A01 กรณีเดินทางเข้าทางเส้นทางคมนาคมทางบก หรือแบบฟอร์มประเมินความเสี่ยงผู้เดินทาง เข้า - ออก พื้นที่จังหวัดน่าน A02 กรณีเดินทางเข้ามาทางคมนาคมทางอากาศ และไปรายงานตัวภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่ที่ได้เข้ามาในพื้นที่จังหวัดน่าน ดังต่อไปนี้
๑.๑.๑ กรณีบ้านหรือที่พักอยู่ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ให้ไปรายงานตัวที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองน่าน หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองน่าน
๑.๑.๒ กรณีบ้านหรือที่พักอยู่ในเขตหมู่บ้านและตำบลนอกเขตเทศบาลเมืองน่านให้ไปรายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้าน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ ภูมิลำเนาของผู้เดินทาง
๑.๑.๓ กรณีพักในโรงแรมหรือที่พักเอกชน ให้ไปรายงานตัวพร้อมกรอกข้อมูลและประเมินตนเองที่เจ้าหน้าที่โรงแรมหรือที่พักเอกชน
๑.๒ ติดตั้งและใช้ระบบแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” และแสดงเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
๑.๓ ยอมรับการตรวจวัดอุณหภูมิและปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
๑.๔ แสดงเหตุผลและความจำเป็นในการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดน่าน
๑.๕ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด–19 อย่างเต็มขีดความสามารถ ประกอบด้วย การเว้นระยะระหว่างกัน (D-Distancing) สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย (M-Mask wearing) หมั่นล้างมือ (H-Hand washing) ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย (T-Temperature check) และใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ (T-Thaichana)
๑.๖ เฝ้าระวังตนเอง กรณีมีอาการที่ผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอแห้ง มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรสและจมูกไม่ได้กลิ่น เป็นต้น ให้ติดต่อสถานพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่
๒. ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ จังหวัดสมุทรสาคร ให้กักกันตัวเองอยู่ภายในบ้านหรือที่พักตนเองหรือโรงแรม/สถานที่พักเอกชน และแยกจากผู้อื่นภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๑.๑.๑ และ ๑.๑.๒ เป็นเวลา ๑๔ วัน
๓.ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด (๔ จังหวัด) ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
๓.๑ ให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง (Self-Monitoring) เป็นเวลา ๑๔ วัน และหากมีอาการที่ผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอแห้ง มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรสและจมูกไม่ได้กลิ่น เป็นต้น ให้ติดต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ทันที
๓.๒ รายงานตัวทุก ๓ วัน ต่อผู้ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๑.๑.๑, ๑.๑.๒ และ ๑.๑.๓
๔.ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุม (๒๐ จังหวัด) ประกอบด้วย กาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สิงห์บุรี ตราด ตาก นครนายก นครปฐม ปราจีนบุรี เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
๔.๑ ให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง (Self-Monitoring) เป็นเวลา ๑๔ วัน และหากมีอาการที่ผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอแห้ง มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรสและจมูกไม่ได้กลิ่น เป็นต้น ให้ติดต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ทันที
๔.๒ รายงานตัวทุก ๗ วัน ต่อผู้ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๑.๑.๑, ๑.๑.๒ และ ๑.๑.๓
๕. กรณีผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดน่านและจะต้องกักกันตัวเองเป็นเวลา ๑๔ วัน ตามข้อ ๒ หากมีเหตุผลความจำเป็นจะต้องเดินทางออกจากจังหวัดน่านก่อนครบกำหนดในการกักกันตัวเอง (๑๔ วัน) ให้ติดต่อสถานพยาบาลของรัฐในพื้นที่เพื่อพิจารณาออกหนังสือรับรองให้เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดน่านก่อนครบระยะเวลา และกรณีผู้ที่เฝ้าสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา ๑๔ วัน ตามข้อ ๓ และข้อ ๔ หากมีเหตุผลความจำเป็นจะต้องเดินทางออกจากจังหวัดน่านก่อนครบกำหนดการเฝ้าสังเกตอาการตนเอง (๑๔ วัน) ให้แจ้ง ผู้ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๑.๑.๑, ๑.๑.๒ และ ๑.๑.๓ ทราบ
๖. ผู้ที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ด้วย
๗.ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามมาตรา ๓๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ มีความผิดตามมาตรา ๕๑ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยไว้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ราชการหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้อุทธรณ์ใช้สิทธิ์โต้แย้งตามมาตรา ๓๐วรรคสอง (๑) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
นายนิพันธ์ บุญหลวง
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดน่าน
ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดน่าน