0-5471-6399 , 0-5471-6400 nan@moi.go.th

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรื่องรองพระธาตุแช่แห้ง ::: วิสัยทัศน์จังหวัด “เมืองแห่งความสุข เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ธรรมชาติสมบูรณ์ การเกษตรมั่งคั่ง ชุมชนเข้มแข็ง ท่องเที่ยวยั่งยืน”
ข่าวผู้บริหาร

05 มี.ค. 2021 ::

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ประชุมหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเพื่อบูรณาการแผนทำงานสกัดกั้นผู้ลัก

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ประชุมหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเพื่อบูรณาการแผนทำงานสกัดกั้นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ประชุมหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเพื่อบูรณาการแผนทำงานสกัดกั้นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งมีพื้นที่ชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านกว่า 200 กิโลเมตร

ตามที่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปตรวจราชการและประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ให้ ประชุมบูรณาการ หน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งราชการและฝ่ายพลเรือน ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองอีกครั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้วางมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน ในส่วนของจังหวัดน่านนั้น จังหวัดน่านได้รับสนองนโยบาย ล่าสุด นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ได้เป็นประธานในการประชุมบูรณาการแผนสกัดกั้นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชม ทั้งนี้เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติเพื่อวางแผนสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เนื่องจากจังหวัดน่านมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 227 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระยะทางดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 รับผิดชอบ 130 กิโลเมตร อีก 97 กิโลเมตร ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 324 และ 325 รับผิดชอบ ขณะที่พื้นที่ตอนใน มีตำรวจ อำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรับผิดชอบ
ขณะที่จำนวนแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดน่านที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีทั้งสิ้น 721 คน มีนายจ้าง 447 แห่ง ส่วนใหญ่สัญชาติลาว 504 คน รองลงมาคือเมียมา 58 คน จากข้อมูลพบว่าแรงงานต่างด้าวอยู่ในอำเภอเมืองน่านมากที่สุด 206 คคน รองลงมาคืออำเภอปัว 140 คน และท่าวังผา 136 คนตามลำดับ ในช่วงระหว่างวันที่ 15 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2564 มีแรงงานต่างด้าวยื่นลงทะเบียนออนไลน์เพื่อขอผ่อนผันทำงานในพื้นที่จังหวัดน่านตามมติคณะรัฐมนตรี 305 คน ทั้งนี้ภายในวันที่ 16 เมษายน 2564 แรงงานเหล่านี้ต้องมาตรวจอัตลักษณ์กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองน่าน หากเลยระยะเวลาจะถือว่าลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และมีโทษตามกฏหมาย โดยจังหวัดน่านมีช่องทางธรรมชาติที่ติดกับประเ ศเพื่อนบ้าน 21 ช่องทาง จุดผ่อนปรนการค้า 2 ช่องทาง และจุดผ่านแดนถาวร 1 ช่องทาง คือ จุดผ่านแดนห้วยโก๋น ที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการทำงานระหว่าง ตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ออกตรวจและลาดตระเวนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง มีการตั้งตั้งฐานปฏิบัติการส่วนหน้า และปฏิบัติตามขึ้นตอนของ ศบค.โดยเคร่งครัด ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขได้เฝ้าระวัง สืบสวน คัดกรองและป้องกันโรคอย่างเข้มแข็ง ล่าสุดมีผู้กักตัว 264 ราย ส่วนใหญ่มาจากชายแดนห้วยโก๋น มีผู้ป่วยสะสมเพียงรายเดียวและยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มอีกแม้แต่คนเดียว
จังหวัดน่านมีการตั้งด่านหลัก 3 ด่าน และด่านรอง 4 ด่าน มีการตั้งจุดตรวจ สกัดกว่า 200 ครั้ง มีมาตรการจัดระเบียบสังคม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จัดเวรยามชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ทั้ง 25 อำเภอและทำความเข้าใจกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ สั่งการให้ตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แถลงแผนการปฏิบัติงาน เน้นให้เข้มงวดทั้งแนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน ให้บูรณาการทำงานร่วมกัน และให้นำผลการปฏิบัติมารายงานให้ที่ประชุมรับทราบต่อไป
ขณะที่ พ.อ.วิสิษฐ์ ทรัพย์สิน รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่านกล่าวว่า ข้อมูลพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนทิศทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศมาเข้าทางลาวมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีความเข้มข้น เพิ่มการลาดตระเวน แม้ว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจะไม่ค่อยมีโควิดระบาด แต่ในอนาคต หากมีการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โรคดังกล่าวก็อาจจะมากับขบวนการค้ายาเสพติดได้ อันจะเป็นโอกาสให้เกิดการระบาดได้ ขณะที่ปัญหาไฟป่าและหมอกควันก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องเร่งป้องกัน จากข้อมูลพบว่า ไฟป่าเกิดจากประชาชนเข้าป่าไปหาของป่ามากที่สุด รองลงมาคือการเตรียมพื้นที่เกษตร ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายบูรณาการทำงานป้องกันปัญหา

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน-ข่าว

  • gallery
  • gallery
  • gallery
  • gallery